มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จัดประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งการเรียนรู้ พร้อมบูรณาการองค์ความรู้จากทุกคณะและหน่วยงานสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. อาจารย์ ดร.อัจฉรียา พัฒนสระคู รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุม ชั้น 4 สำนักส่งเสริมวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด โดยมีคณะกรรมการและผู้แทนจากคณะและหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางและพิจารณาแผนการจัดการความรู้ประจำปีของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นการรวบรวม ถ่ายทอด และพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน การจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในทุกมิติ
ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณากระบวนการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัย พร้อมรับทราบแผนการดำเนินงานจากคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับคุณภาพการศึกษา อาทิ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เสนอแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ นำเสนอการจัดการความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาหลักสูตร และการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่หน่วยงานภายนอก คณะพยาบาลศาสตร์ มุ่งพัฒนาการจัดการเรียนการสอนทางคลินิกและเสริมสร้างความเชี่ยวชาญของอาจารย์พยาบาล
ขณะที่คณะครุศาสตร์และการพัฒนา มุ่งเน้นการพัฒนามาตรฐานวิชาการและการยกระดับวารสารมหาวิทยาลัย ส่วนคณะนิติรัฐศาสตร์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ด้านบัณฑิตวิทยาลัยมุ่งยกระดับคุณภาพงานวิจัย ระบบการรับสมัครนักศึกษา และการพัฒนาวารสารวิชาการ ขณะที่สำนักงานอธิการบดีได้เสนอแนวทางพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อจัดทำคู่มือปฏิบัติงานด้วยระบบสารสนเทศ
อาจารย์ ดร.อัจฉรียา พัฒนสระคู กล่าวว่า การจัดการความรู้ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้สามารถรวบรวมและต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ภายในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรมในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและความต้องการของท้องถิ่น
การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดในการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ และขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยต่อไป


